วิธีใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ ที่คุณต้องระวัง

ผู้ที่ไม่เคยมีคอมพิวเตอร์ที่บ้านหรือไม่มีเครื่องส่วนตัว หรือกรณีเราไม่ได้เอา Notebook ของเราเองมา ในโอกาสบางครั้งก็จำเป็นต้องใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ ตามร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ซึ่งเราอาจใช้งานคอมที่ร้านไม่ถนัด แต่ก็ไม่ใช่สิ่งน่ากลัวเท่าปัญหาความมั่นคง และเรื่องของข้อมูลส่วนตัว หรือความเป็นส่วนตัว

เพราะการใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะ มีความปลอดภัยต่ำ เพราะเราไม่รู้ว่า ภายในคอมพิวเตอร์สาธารณะ ที่เรากำลังใช้งานอยู่นั้น มีผู้ไม่หวังดีติดตั้งโปรแกรมอันตราย เพื่อคอยเก็บข้อมูลของเราอยู่หรือไม่ การเชื่อมต่อปลอดภัยแค่ไหน บางครั้งเราจำเป็นต้องเข้าถึงไฟล์สำคัญ เช่น อีเมล หรือ ไฟล์เอกสาร

อันตรายที่อาจเกิดขึ้น จากการใช้คอมพิวเตอร์สาธารณะ

Key-logger

smbsecurity

คือฮาร์ดแวร์หรือซอฟต์แวร์ที่บันทึกการกดปุ่มของคีย์บอร์ด ทำให้ผู้ไม่หวังดี สามารถรู้ได้ว่าผู้ใช้งานคอมพิวเตอร์ พิมพ์ข้อความอะไรลงไปบ้าง นั่นหมายความว่าหากมีการติดตั้ง keylogger ในเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ ผู้ไม่หวังดีก็สามารถขโมยข้อมูลสำคัญอย่าง อย่างเช่น username และ password ของเราไปได้

Spyware

เป็นซอฟต์แวร์เพื่อขโมยข้อมูลผู้ใช้ เช่น แอบถ่ายหน้าจอ แอบบันทึกเสียง ขโมยข้อมูลการใช้งานอินเทอร์เน็ต ซึ่ง spyware อาจมาในรูปแบบ ที่แอบติดตั้งเข้ามาในเครื่อง โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ เนื่องจากโปรแกรมแจกฟรี มีผู้พัฒนาบางรายใส่ spyware เพื่อเก็บข้อมูลพฤติกรรมของผู้ใช้ เพื่อนำเสนอต่างๆ เช่น โฆษณา เป็นต้น

Shoulder Surfing

คอมบางเครื่องอาจไม่มีโปรแกรมอันตรายแฝงอยู่ แต่มีการจัดวางไว้ในที่ ที่คนสามารถเดินผ่านและมองเห็นสิ่งที่อยู่บนจอได้ง่าย ทำให้การยืนอยู่ด้านหลัง เพื่อแอบมองรหัสผ่านนั้นทำได้ง่ายดาย รวมถึงแอบมองจากสิ่งที่ปรากฎบนหน้าจอจากระยะไกลนั้นก็อาจทำง่ายเช่นกัน

Sniffer

คือการดักรับข้อมูลผ่านทางเครือข่าย โดย Hacker อาจขโมยข้อมูลสำคัญไปได้ หากเราเข้าเว็บไซต์ที่เชื่อมต่อแบบ http ซึ่ง ไม่มีเข้ารหัสลับในการรับส่ง

ข้อแนะนำในการใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะ

  1. หากจำเป็นต้องไปร้านเน็ต ให้เลือกเครื่องที่ไม่มีคนเดินผ่านไปมา เพื่อป้องกัน Shoulder Surfing เป็นไปได้ ก็ไม่ควรเลือกเครื่องที่วางอยู่ในตำแหน่งสะท้อนแสงจากหน้าจอได้
  2. ตรวจสอบว่ามีการใช้ Key-logger ที่เครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะหรือไม่ โดยสังเกตที่สายต่อระหว่างคีย์บอร์ด กับช่องเสียบอยู่ด้านหลังคอมพิวเตอร์ หากพบอุปกรณ์แปลกๆ เสียบอยู่ อาจเป็นไปได้ว่าเป็น Key-logger ซึ่งไม่ควรใช้เครื่องนั้น
  3. ตรวจเช็ค key-logger และ spyware ด้วยซอฟต์แวร์ Antivirus
  4. หากต้องการพิมพ์อะไรที่คอมพิวเตอร์สาธารณะ แนะนำให้ใช้ On-Screen Keyboard ในการกรอก username และ password ผ่านทางหน้าเว็บไซต์ เพราะ key-logger จะไม่สามารถดักจับข้อมูลที่พิมพ์ด้วย On-Screen Keyboard ได้
  5. ใช้งานเบราว์เซอร์แบบ Private Browsing เข้าชมแบบไม่ระบุตัวตน (เบราว์เซอร์ที่แนะนำคือ firefox, chrome, opera, safari)
  6. การเข้าชมเว็บที่มี https ช่วยป้องกันไม่ให้ผู้ไม่หวังดีแกะรอยข้อมูลสำคัญ
  7. ไม่ควรเซฟงานบนเครื่องคอมพิวเตอร์สาธารณะ ควรเซฟงานบน flashdrive ของเรา
  8. หากคุณใช้อีเมลล์, ธนาคารออนไลน์, Social Network สิ่งสำคัญคือ ต้องทำการ Logout ป้องกันการสวมรอยเข้าใช้งาน
  9. เมื่อใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะเสร็จ logout เว็บแล้ว แนะนำให้รีสตาร์ทเครื่องหลังใช้งาน เนื่องจากมีการเก็บข้อมูลใน RAM เพื่อใช้ในการประมวลผล ซึ่งหากเครื่องนั้น RAM น้อย เครื่องก็จะเอาข้อมูลส่วนเกินมาเก็บไว้ที่ฮาร์ดดิสก์ ซึ่งเรียกว่า Visual Memory, Pagefile, Swap ซึ่งแม้ shutdown ปิดเครื่องไป ก็อาจมีข้อมูลสำคัญอยู่ใน RAM หรือใน Visual Memory ดังนั้นการ Restart เครื่องคอมสาธารณะ จะกลายเป็นการเคลียข้อมูลส่วน ซึ่งช่วยเราได้เยอะเลยทีเดียว

หากทำตามวิธีนี้ ก็จะใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะอย่างปลอดภัยขึ้น แต่ก็ช่วยได้ระดับนึงเท่านั้น เราควรใช้งานคอมพิวเตอร์สาธารณะอย่างระมัดระวังด้วย

ข้อมูลจาก หนังสือ ฉลาดรู้เน็ต ตอน Internet of Things (IoT) โดย สพธอ.