HDD Notebook ในปัจจุบัน HDD, SSD, SSHD แบบไหนดี

ขึ้นชื่อว่าเป็นโน๊ตบุ๊คแล้ว สิ่งที่หลายๆ คนคาดหวังก็คือ ต้องทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ต่างๆ ได้ดี ใช้งานได้ยาวนาน มีระบบประหยัดพลังงานชั้นยอดและเทคโนโลยีที่ตอบสนองได้รวดเร็ว รวมถึงมีฮาร์ดดิสก์ โน๊ตบุ๊คที่รองรับการทำงานและเก็บข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

SONY DSC

ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เรียกได้ว่าเข้ามาเพิ่มเติมสีสันในเรื่องของประสิทธิภาพและพลังงาน อย่างฮาร์ดดิสก์แบบ SSD ที่ทุกวันนี้มีเข้ามาให้เลือกหลายสิบรุ่น ก็เป็นสิ่งที่หลายๆ คนอยากได้ เพียงแต่ติดขัดในเรื่องของขนาดความจุ ที่อาจจะน้อยไปสักนิดและราคาที่สูงไปบ้าง เมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์ปกติ จึงทำให้หลายๆ คน ยังคงไม่ยอมเลือก SSD แต่ใช้งานฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนไปเหมือนเดิม เพียงแต่ว่าอาจจะต้องเลือกสักนิดนึงว่าต้องเลือกแบบไหนถึงจะได้ประสิทธิภาพที่ดี ดังนั้นใครที่คิดจะอัพเกรดฮาร์ดดิสก์โน๊ตบุคในช่วงปลายปีอย่างนี้ อาจจะต้องพิจารณาสิ่งที่มากกว่าเรื่องของความจุ

เวลาที่เราเลือกฮาร์ดดิสก์ ไม่ว่าจะเป็นโน๊ตบุ๊คหรือพีซีก็ตาม ส่วนใหญ่จะมีรูปแบบการคัดกรองอยู่ไม่กี่ขั้นตอน เพราะผู้ใช้หลายคนที่ไม่ได้สนใจสเปคมากนักและไม่รู้ว่าดูไปทำไม คิดว่าทุกรุ่นก็เหมือนกันหมด รู้แค่ว่าความจุได้ตามต้องการก็พอแล้ว แต่ความจริงมีมากกว่านั้น เพราะยังมีอีกหลายเรื่องที่ต้องใส่ใจหากต้องการได้ฮาร์ดดิสก์ที่ถูกใจและเหมาะกับการใช้งาน อย่างเช่น

ความจุ

นับเป็นสิ่งแรกๆ ที่ผู้คนส่วนใหญ่ให้ความสำคัญเมื่อมีการอัพเกรดฮาร์ดดิสก์เพราะส่วนใหญ่มักเจอปัญหาพื้นที่เก็บข้อมูลไม่เพียงพอต่อการใช้งาน มากกว่าการที่ความเร็วไม่เพิ่มขึ้น เพราะเมื่อเครื่องช้า แรมและซีพียู มักจะกลายเป็นผู้ต้องหารายแรกๆ และส่วนใหญ่ก็ไม่ทันได้คิดว่าฮาร์ดดิสก์มีส่วนอยู่มากทีเดียว การเลือกความจุขนาดใหญ่ให้เพียงพอต่อการใช้งานหรือเผื่อเหลือเผื่อขาดได้ ก็เป็นเรื่องที่ดี ถ้ามีเงินก็ซื้อความจุเยอะไว้ก็ไม่เสียหาย โดยเฉพาะคนที่เล่นเกมหรือนิยมเห็บข้อมูลและชอบติดตั้งโปรแกรม เพราะจะได้มีพื้นที่แบ่งพาร์ทิชันและจัดแบ่งได้ตามใจชอบ สำหรับในวันนี้ความจุของฮาร์ดดิสก์โน๊ตบุ๊คนั้นมีให้เห็นถึง 1TB (1000GB) ไปแล้ว ซึ่งในปัจจุบัน อย่างเช่น WD Scorpio หรือ Seagate Momentus ก็ตาม

ความเร็วรอบ (rpm)

หรือ Revision per minute เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจ เพราะเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ฮาร์ดดิสก์ทำงานได้เร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการอ่านข้อมูลหรือเข้าถึงข้อมูล ซึ่งในปัจจุบันมีความเร็วให้เลือกทั้ง 5400rpm และ 7200rpm ซึ่งแบ่งอย่างชัดเจนสำหรับแบบประหยัดพลังงานหรือคนที่ต้องการความแรง ซึ่งโน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่มักจะใช้ฮาร์ดดิสก์ 5400rpm เป็นหลัก ส่วนหนึ่งก็เพื่อให้สอดคล้องกับรูปแบบการใช้งานนั่นเอง ก็เหมาะสำหรับคนที่ใช้งานทั่วไป ส่วนคนที่ต้องการความเร็วในแบบ 7200rpm นั้นแม้จะไม่ได้เร็วขึ้นในการใช้งานทั่วไป แต่ถ้าใช้สำหรับงานหรือการเล่นเกมที่ต้องใช้งานไฟล์ขนาดใหญ่หรือมีปริมาณการถ่ายโอนข้อมูลที่มาก อย่างเช่นบนโน๊ตบุ๊คที่เป็นเวิร์กสเตชั่นหรือสำหรับเกมเมอร์ แม้จะใช้พลังงานมากกว่า 5400rpm อยู่บ้าง ในบางรุ่น ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 0.7A – 1.0A แต่ก็คุ้มค่ากับความเร็วที่ได้มานั่นเอง

ขนาดบัฟเฟอร์

เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่มีความสำคัญไม่แพ้กันสำหรับการใช้งานโน๊ตบุ๊ค เพราะเป็นพื้นที่สำหรับพักข้อมูลที่ช่วยให้การเปิดข้อมูลเดิมๆ ที่ใช้อยู่เป็นประจำหรือเรียกไฟล์ทำได้เร็วขึ้น พูดง่ายๆ คือ บัฟเฟอร์นี้ยิ่งมีมากยิ่งดี ในเวลานี้บัฟเฟอร์ที่มีอยู่บนโน๊ตบุ๊คจะอยู่ที่ประมาณ 8-64MB ขึ้นอยู่กับฮาร์ดดิสก์ในแต่ละรุ่น แต่ในส่วนนี้หากมีโอกาสเลือกได้ บัฟเฟอร์ขนาดใหญ่ตอบโจทย์การใช้งานได้ดี ทั้งในส่วนของซอฟต์แวร์พื้นฐานและการเล่นเกม ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนจึงเรียกได้ว่าเหมาะสมกับทุกเพศทุกวัยและการใช้งาน เพราะราคาไม่สูง ความจุก็มากและมีให้เลือกหลากรูปแบบตามความต้องการ อยากได้ความเร็ว ก็เลือกที่ 7200rpm และมีบัฟเฟอร์ขนาดใหญ่เข้าไว้ สำหรับเล่นเกมหรือทำงานแบบจริงจัง แต่ถ้าไม่ได้สนเรื่องความแรงและอยากได้แบบใช้งานธรรมดา ประหยัดพลังงาน ก็เลือก 5400rpm ก็ได้ แต่ให้มีบัฟเฟอร์ใหญ่ไว้เป็นพอ เอาไว้ใช้งานทั่วไปและพกพา แต่องค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้คงไม่ได้ตอบโจทย์ได้ทุกเรื่อง เพราะส่วนใหญ่สิ่งต่างๆ ที่มีให้จะไม่ครบถ้วนการใช้งาน บางรุ่นได้ความจุเยอะ แต่บัฟเฟอร์น้อยหรือบางรุ่น ความจุน้อย แต่ได้ความเร็วรอบสูง จะมีเพียงไม่กี่รุ่นที่มีให้ทั้งความจุมหาศาลและได้ความเร็วรอบสูง ซึ่งราคาก็จะสูงขึ้นไปอีกพอสมควร ก็ยังมีอีกทางเลือกหนึ่งที่เรียกว่า SSD หรือ Solid State Drive

SSD เร็ว แรง แต่ไม่จุ สำหรับคอเกมและมืออาชีพอย่างแท้จริง

เลือก SSD?เป็นฮาร์ดดิสก์แบบที่ทราบกันดีว่าไร้ซึ่งกลไกที่ใช้ในการเคลื่อนไหวอีกต่อไป แต่ใช้เมมโมรีในแบบ NAND Flash มาเป็นตัวจัดเก็บข้อมูล ทำให้โดดเด่นในเรื่องของ ความร้อนน้อย ประหยัดพลังงาน ที่สำคัญ ไม่ต้องหมุนจานเพลตเพื่อหาข้อมูล จึงทำให้การอ่านข้อมูลรวดเร็วกว่าฮาร์ดดิสก์จานหมุนหลายเท่าตัว ส่วนใหญ่สังเกตประสิทธิภาพได้จากข้อมูลการ Read/Write ที่ระบุเอาไว้ ว่ามีความเร็วมากน้อยเพียงใด จึงเหมาะอย่างยิ่งกับการนำมาใช้บนโน๊ตบุ๊ค เพราะช่วยให้ประหยัดไฟได้บ้างและลดความร้อนที่เกิดขึ้นบนตัวเครื่องได้เยอะทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานซอฟต์แวร์เฉพาะทาง อย่างเช่น งานกราฟิกหรือตัดต่อก็จะเห็นผลได้อย่างชัดเจน อย่างไรก็ดี แม้เลือก SSD จะมีความเร็วในการทำงานที่สูงกว่า HDD อย่างเห็นได้ชัด แต่ก็มีข้อจำกัดคือ เมื่อเทียบกับค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นและความจุได้นั้นก็ทำให้หลายคนลังเลอยู่ไม่น้อย พูดง่ายๆ คือ HDD มีราคาต่อหน่วยที่ คิดเป็น x บาท/GB ส่วน SSD นั้นคิดเป็น xx บาท/GB จ่ายต่างกันหลายเท่าเลยทีเดียว

อกหักจาก SSD ต้องมาที่ SSHD

แต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องของความจุสำหรับการเลือก SSD จึงทำให้ในวันนี้โชคดีมีผู้ผลิตที่เล็งเห็นความต้องการของผู้ใช้ในตลาด ที่อยากได้ทั้งความเร็วและความจุให้ใช้งานตามที่ต้องการได้มากขึ้น ในราคาที่ไม่สูงเกินไปนัก ที่ใช้งานได้ทั้งผู้ใช้ทั่วไปที่ต้องการความเร็วขึ้นอีก แต่ไม่คิดจะทิ้งเรื่องความจุและเกมเมอร์มืออาชีพ ด้วยทางออกของการดีไซน์ฮาร์ดดิสก์ในรูปแบบใหม่ ที่ต้องใช้ความว่าลูกผสม เนื่องจากในตลาดต่างประเทศเรียกว่า Solid State Hybrid Drive นั่นเอง

HDD-Notebook-SSHD

แล้ว Solid State Hybrid Drive คืออะไร

ก่อนหน้านี้ทีมงานได้เคยนำเสนอในส่วนของ Solid State Hybrid Drive กันไปบ้างแล้ว ก็คงสรุปได้ง่ายๆ คือ เป็นไดรฟ์ที่นำเอาข้อดีของฮาร์ดดิสก์ทั้ง 2 รูปแบบ คือ ความจุขนาดใหญ่ของฮาร์ดดิสก์จานหมุนและความเร็วของเมมโมรีแบบ NAND Flash บนฮาร์ดดิสก์แบบ SSD มาไว้รวมกัน ทำให้ได้ทั้งความจุและความเร็วในการทำงาน ก็ให้ผลการทำงานที่อยู่ในระดับที่ดี เพียงแต่อาจจะไม่ได้ความเร็วสูงมากเหมือนกับการเลือก SSD เพราะยังเป็นการทำงานแบบ SSD + HDD แต่มีข้อดีที่แข็งแกร่งคือ ความจุที่เพิ่มมากขึ้นเข้ามามีตั้งแต่ 250GB ไปถึง 1TB จึงมีแนวโน้มว่าจะไปได้สวย “รองรับการใช้งานทั้งผู้ใช้ทั่วไปและผู้ใช้ในกลุ่มเพาเวอร์ยูสเซอร์ที่มีทั้งการเล่นเกมและการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์เฉพาะทาง” ทีนี้มาดูกันดีกว่า ว่ามี Solid State Hybrid Drive รุ่นไหน จากค่ายใดบ้าง

แต่ก็ใช่ว่าเลือก SSD Solid State Hybrid Drive จะไม่มีข้อจำกัด เพราะอย่างที่เห็นกันอยู่ก็คือ ในส่วนประกอบที่เป็น SSD นั้น จะขนาดเล็ก ความจุไม่มาก ซึ่งจะอยู่ที่ประมาณ 8-32GB นั่นก็หมายถึงไม่สามารถที่จะติดตั้งโปรแกรมต่างๆ เข้าไปได้และระบบก็ไม่อนุญาตให้ทำเช่นนั้น เลยทำหน้าที่ได้เพียง การเป็น บัฟเฟอร์ขนาดใหญ่หรือที่เรียกว่า SSD Caching หรือใช้ในการเก็บข้อมูลที่ใช้บ่อยๆ เอาไว้บน SSD เพื่อเรียกใช้งานได้เร็วขึ้น จะได้เปรียบกว่าบัฟเฟอร์ธรรมดาตรงที่ มีพื้นที่จัดเก็บที่ใหญ่กว่าและการเข้าถึงข้อมูลได้รวดเร็วนั่นเอง แต่นั่นก็หมายถึงราคาจำหน่ายที่ไม่ธรรมดาด้วยเช่นกัน

Seagate Momentus XT ตัวจริง เสียงจริง เรื่อง Hybrid

เป็นฮาร์ดดิสก์ในแบบ Hybrid จากค่าย Seagate ซึ่งเป็น SSHD ในช่วงแรกที่เรียกว่าฝ่ากระแสวิจารณ์อย่างแรงกล้า ในการนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ให้ผู้ใช้เชื่อมั่น ซึ่งก็ก้าวมาถึงจุดที่เรียกได้ว่าเป็น SSHD ที่เข้าถึงผู้ใช้ได้อย่างเต็มตัวในเวลานี้ ซึ่งการทำงานของ SSHD ของทาง Seagate นี้ก็ตรงไปตรงมา ด้วยรูปแบบหลักเป็นฮาร์ดดิสก์จานหมุนความจุสูงเป็นตัวหลักและมี SSD NAND Flash ทำหน้าที่เป็นตัว Caching หรือบันทึกข้อมูลที่ใช้งานบ่อยเก็บไว้ สำหรับการเรียกใช้งานที่รวดเร็ว ที่สำคัญคือ ช่วยให้การบูตเครื่องทำได้เร็วขึ้น เหมือนกับการใช้ SSD นั่นเอง โดยในปัจจุบันมีในรุ่นที่ชื่อว่า Seagate Momentus XT ความจุในรุ่นเล็กสุดอยู่ที่ 250GB และสูงสุดที่ 1TB ซึ่งมาพร้อม SSD ที่เป็น Cache ในระดับ 8GB ทำงานร่วมกับฮาร์ดดิสก์จานหมุน 7200rpm ซึ่งก็ดูจะเข้าคู่ลงตัวกันเลยทีเดียว

แต่ด้วยการใส SSD ที่ความจุไม่มากนี้เอง จึงทำหน้าที่ได้เพียงการเป็น Cache ขนาดใหญ่เท่านั้น ไม่สามารถติดตั้งหรือโยกย้ายไฟล์ข้อมูลนำไปใช้ดังเช่นไดรฟ์หลัก ทำให้หลายครั้งที่ต้องใช้งานไฟล์หรือโปรแกรมบางอย่างไม่ได้เร็วอย่างที่คิด แต่ข้อดีก็คือ ทำให้ SSHD แบบนี้ราคาไม่สูงเกินไปนัก เมื่อเทียบกับฮาร์ดดิสก์จานหมุนเพียงอย่างเดียวที่จำหน่ายอยู่ทั่วไปนั่นเอง อย่างเช่น Seagate Momentus XT 1000GB ที่มี SSD 8GB ราคาประมาณ 4 พันบาทเท่านั้นเอง

WD ก็มี Hybrid Drive เหมือนกัน

WD Black2 เป็น Hybrid Drive จากค่าย WD แต่ใช้ชื่อระบบนี้ว่า Dual-Drive โดยจุดเด่นของไดร์ฟตัวนี้อยู่ที่การนำเอาฮาร์ดดิสก์แบบ SSD และ HDD ที่เป็นจานหมุนมาทำงานร่วมกัน ซึ่งประกอบด้วย SSD ความจุ 120GB และฮาร์ดดิสก์ 1000GB โดยทำงานผ่านสายสัญญาณเพียงเส้นเดียว นั่นก็หมายถึงว่า SSD ที่มีอยู่นั้น ไม่ได้ทำงานเป็นเพียงแค่ Cache ธรรมดาสำหรับการบัฟเฟอร์ทั่วไป แต่ยังรองรับการติดตั้งโปรแกรมรวมถึงการจัดเก็บข้อมูลได้ภายในตัว โดยที่ออกแบบมาเพื่อเกมเมอร์และผู้ใช้งานระดับมืออาชีพ ที่ต้องการความเร็วในการทำงานที่มาพร้อมกับความจุที่มากขึ้นกว่า SSD แต่สำหรับคนที่ชอบฮาร์ดดิสก์ในแบบ Dual-Drive นี้อาจจะต้องกระเป๋าหนักสักนิดนึง เพราะสนนราคาสูงถึง 299 USD คิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 9 พันกว่าบาทเท่านั้นเอง ที่สำคัญสำหรับในเมืองไทยอาจต้องรอไปสักระยะกว่าที่จะจะได้สัมผัส Dual-Drive จาก WD รุ่นนี้ แล้วต้องลุ้นกันอีกทีว่าราคาจะอยู่เท่าไรในการวางตลาด

เลือกใช้แบบไหนดี

อย่างที่เห็นกันก็คือ ปัจจุบันทางเลือกในการเลือกฮาร์ดดิสก์โน๊ตบุ๊คนั้นมีอยู่มากมาย ไม่ว่าจะเป็น ฮาร์ดดิสก์แบบจานหมุนปกติที่ในรุ่น 7200rpm เริ่มมีให้เห็นน้อยลง แต่จะพบเห็นกันบนฮาร์ดดิสก์แบบ Hybrid มากขึ้น ซึ่งราคาไม่ห่างกันมากนัก แต่ SSHD อย่างในรุ่นของ Seagate Momentus XT ก็เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าใครอยากฮาร์ดคอร์หรือไม่อยากรอ Hybrid Drive รุ่นใหม่ๆ หรือรับได้กับความจุที่ไม่สูงนัก ก็คงต้องเลือกใช้ SSD ไปแทน แต่ถ้าไม่รีบฮาร์ดดิสก์ที่เป็น Dual-Drive จากค่าย WD ที่ให้ทั้งความเร็วและความจุก็ใกล้ความเป็นจริงที่จะเห็นในไทย แต่ก็ต้องลุ้นเรื่องของสนนราคาที่น่าจะสูงเอาเรื่อง ซึ่งถ้ามีงบเหลืออยู่ก็เตรียมเงินรอไว้ได้เลย

ที่มา : notebookspec