โน๊ตบุ๊คหรือแท็บเล็ต ซื้ออะไรดีกว่ากัน

หลายคนคงเคยมีคำถามแบบนี้เกิดขึ้นในใจว่า จะเลือกซื้อ โน๊ตบุ๊ค (notebook) หรือ แท็บเล็ต (Tablet) ไปใช้งาน แต่ดูเหมือนว่าแท็บเล็ตจะมีภาษีที่ดีกว่า เนื่องจากมีขนาดไม่ใหญ่จนเกินไป พกพาสะดวก และยังมีความสามารถใกล้เคียงกับโน๊ตบุ๊คกว่าแต่ก่อนมาก แต่แท็บเล็ตก็ยังมีราคาค่อนข้างสูง

ส่วนทางด้านโน๊ตบุ๊ค แม้ว่าจะมีความสามารถการใช้งานที่ครบครัน แต่ก็มีขนาดใหญ่ พกพาไม่สะดวกเท่าแท็บเล็ต แต่ก็มีสเปคเครื่องให้เลือกมากมาย ราคาก็แตกต่างกันออกไป แถมในปัจจุบัน ผู้ผลิตโน๊ตบุ๊คบางรายก็ได้ผลิตโน๊ตบุ๊คไฮบริด (คือ โน๊ตบุ๊คที่มีขนาดเล็ก และสามารถถอดหน้าจอออกมาช้งานเป็นแบบแท็บเล็ตได้) ออกมาจัดจำหน่ายมากขึ้น แต่ก็มีราคาที่สูงพอสมควร และด้วยเหตุนี้ จึงทำให้คำถามยังคงค้างคาใจอยู่ว่า แล้วตกลงซื้ออะไรดี? วันนี้ก็มีข้อแนะนำดีๆ มาให้ทุกท่าน เพื่อช่วยประกอบในการตัดสินว่าจะซื้อ โน๊ตบุ๊ค หรือ แท็บเล็ต ไปใช้งาน

โน๊ตบุ๊ค และแท็บเล็ต มีประสิทธิภาพ แตกต่างกันอย่างไร

1398403833lenovo-flex-14

โน๊ตบุ๊ค เมื่อพูดถึงด้านประสิทธิภาพแล้ว เรียกได้ว่ามีให้เลือกตั้งแต่ระดับการใช้งานขั้นพื้นฐาน ไปจนถึงการใช้งานในระดับสูง ซึ่งแต่ละระดับก็มีราคาที่แตกต่างกันออกไปขึ้นอยู่กับประสิทธิภาพ และความต้องการในการใช้งาน ในปัจจุบันนี้แม้โน๊ตบุ๊คได้ถูกพัฒนาให้มีขนาดที่บาง เบา และตอบโจทย์การใช้งานได้ค่อนข้างครบครันแล้ว แต่เมื่อผู้ใช้ต้องพกติดตัวไปในสถานที่ต่างๆ ตลอดเวลา ความเบาบาง ก็อาจจะกลายเป็นอุปสรรคในบางครั้งได้ เช่น จะหยิบโน๊ตบุ๊คขึ้นมาตอบอีเมลเจ้านายบนรถไฟฟ้า ก็คงจะเป็นเรื่องยาก หรือแม้แต่จะแก้งานให้เจ้านายกลางห้างสรรพสินค้าก็คงจะต้องหาที่นั่ง และโต๊ะสำหรับวางโน๊ตบุ๊ค นี่จึงเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาสนใจในตัวแท็บเล็ต ที่มีขนาดเล็กกว่า บางเบากว่า และสามารถพกพาไปไหนต่อไหนได้สะดวกสบาย แถมยังรองรับการใส่ซิมการ์ดเพื่อใช้งานอินเทอร์เน็ตได้อีกด้วย โดยมีให้เลือกตั้งแต่ขนาด 7 นิ้ว ไปจนถึง 11 นิ้ว แต่เมื่อพูดถึงด้านประสิทธิภาพของแท็บเล็ตแล้ว ก็ยังคงไม่สามารถตอบโจทย์การใช้งานได้ครบครันได้เท่าโน๊ตบุ๊ค เนื่องจากแท็บเล็ตยังมีข้อจำกัดบางอย่าง เช่น ขนาดของหน้าจอแสดงผลที่มีขนาดเล็ก หรือคุณสมบัติของเครื่องที่ไม่สามารถประมวลผลระดับสูงได้ อีกทั้งเมื่อเทียบราคากับโน๊ตบุ๊คในระดับราคาเดียวกันแล้วนั้น เราจะได้โน๊ตบุ๊คที่มีประสิทธิภาพที่ดีกว่าแท็บเล็ตพอสมควรเลยทีเดียว

น้ำหนักเบา และพกพาสะดวก

1398403863iPad_Air_vs_iPad_mini_2_3

สำหรับในเรื่องของน้ำหนักของตัวเครื่อง และการพกพา ทางโน๊ตบุ๊คคงต้องยอมให้แท็บเล็ตเป็นฝ่ายมีชัยตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่ง เพราะแท็บเล็ตส่วนใหญ่มีน้ำหนักของตัวเครื่องไม่เกิน 1 กิโลกรัม จึงทำให้พกพาปใช้งานนอกสถานที่ได้อย่างสะดวกสบาย เช่น การเปิดอ่านอีเมลล์บนรถไฟฟ้าก็สามารถทำได้ แต่ในทางกลับกันโน๊ตบุ๊คมีน้ำหนักของตัวเครื่องประมาณ 1.5-3.0 กิโลกรัม โดยประมาณ ซึ่งถือว่ามากกว่าแท็บเล็ตพอสมควร ถ้าต้องนำโน๊ตบุ๊คไปเสนองานนอกสถานที่ พร้อมกับสัมภาระที่ติดตัวไป บอกได้เลยว่า ต้องมีอาการล้า หรืออาการเมื่อยเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ฮาร์ดดิสก์ หรือหน่วยความจำ

โดยโน๊ตบุ๊คมีฮาร์ดดิสก์ หรือหน่วยความจำที่สามารถรองรับการเก็บไฟล์เอกสาร หรือข้อมูลต่างๆ ได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งโน๊ตบุ๊คในปัจจุบันมีความจุของฮาร์ดดิสก์อยู่ที่ 500 GB ไปจนถึง 2 TB ส่วนแท็บเล็ตมีหน่วยความจำ 8 GB, 16 GB, 32 GB, 64 GB, 128 GB และเพิ่มหน่วยความจำภายนอกได้สูงสุด 64 GB (บางรุ่นเพิ่มได้สูงสุด 128 GB) ซึ่งถ้ามีข้อมูลที่เป็นไฟล์ขนาดใหญ่ โน๊ตบุ๊คอาจจะเป็นตัวเลือกที่ดีกว่าแท็บเล็ตนั่นเอง

แบตเตอรี่

แน่นอนว่าแบตเตอรี่ก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่สำคัญไม่น้อย เพราะบางครั้งการใช้งานนอกสถานที่อาจจะไม่มีปลั๊คไฟให้เชื่อมต่อเพื่อทำการชาร์จแบตเตอรี่กับอุปกรณ์ของเรา ซึ่งโน๊ตบุ๊คส่วนใหญ่จะสามารถใช้งานต่อเนื่องได้ประมาณ 4-6 ชั่วโมง เท่านั้น แต่แท็บเล็ตสามารถใช้งานต่อเนื่องได้นาน 6-12 ชั่วโมง เลยทีเดียว ซึ่งชัดเจนเลยว่าแท็บเล็ตชนะขาดลอยในเรื่องของแบตเตอรี่

โน๊ตบุ๊คไฮบริด คู่แข่งใหม่ที่แท็บเล็ตจะประมาทไม่ได้

1398403884windows-8-hybrid-tablets

บางคนยังสงสัยว่าโน๊ตบุ๊คไฮบริดคืออะไร ถ้าจะให้อธิบายง่ายๆ ก็คือ โน๊ตบุ๊คที่สามารถถอดหน้าจอออกมาใช้งานเป็นแบบแท็บเล็ตได้ และมาพร้อมกับระบบปฏิบัติการ Windows 8 แถมยังมีคุณสมบัติ และประสิทธิภาพเทียบเท่ากับโน๊ตบุ๊ค อีกทั้งในตอนนี้ผู้ผลิตบางรายหันมาเอาดีในการจำหน่ายโน๊ตบุ๊คไฮบริดมากขึ้น นอกจากโน๊ตบุ๊คไฮบริดจะมีขนาดเล็ก และพกพาสะดวกสบายแล้ว ยังมีประสิทธิภาพที่เหนือกว่าแท็บเล็ตทั่วไปอีกด้วย (ตัวอย่างโน๊ตบุ๊คไฮบริด : Microsoft Surface และ Asus Transformer Book T100TA-DK005H เป็นต้น

ราคา

มาถึงในเรื่องของราคากันบ้าง สำหรับราคาของโน๊ตบุ๊คจะมีระดับราคาตั้งแต่ 10,000 บาท ขึ้นไป และถ้าคุณสมบัติตัวเครื่องสูงขึ้น ระดับราคาก็จะเพิ่มตามไปด้วย ส่วนแท็บเล็ตจะมีความแตกต่างกันบางจุด จึงทำให้มีระดับราคาที่แตกต่างกัน ได้แก่ บางรุ่นรองรับการใช้งาน 3G, บางรุ่นรองรับเฉพาะ WiFi และขนาดความจุของหน่วยความจำที่แบ่งออกเป็น 16 GB, 32 GB, 64 GB หรือ 128 GB ซึ่งสิ่งที่กล่าวมานั้นทำให้แท็บเล็ตมีระดับราคาที่แตกต่างกันออกไป ส่วนสเปคเครื่องด้านอื่นๆ จะเหมือนกัน (ตัวอย่างโน๊ตบุ๊ค : Acer Aspire E1) (ตัวอย่างแท็บเล็ต : Asus Google Nexus 7)

สรุป

และก็มาถึงช่วงโค้งสุดท้ายกันแล้ว หลายคนคงจะพอจะมองออกกันบ้าง ว่าต้องการที่จะเลือกซื้อโน๊คบุ๊ค หรือแท็บเล็ต ไปใช้งานอย่างไร ตามข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมด ซึ่งข้อมูลดังกล่าวเป็นข้อมูลที่ทางทีมงานคิดว่าน่าสนใจ จึงเลือกขึ้นมาแนะนำเพื่อประกอบการตัดสินใจเท่านั้น และก่อนที่ท่านผู้อ่านจะเลือกซื้อโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต ควรจะหาข้อมูลจากหลายๆ ที่ โดยทั้งโน๊ตบุ๊ค และแท็บเล็ต ต่างก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน ซึ่งก่อนที่จะเลือกซื้อนั้นท่านต้องทราบเหตุผลหลักที่แท้จริงก่อนว่าต้องการใช้งานในด้านใด เช่น ต้องการเล่นเกมแบบออฟไลน์ ที่ต้องใช้การประมวลผลกราฟฟิคระดับสูง แต่ไปซื้อแท็บแล็ตมาใช้งาน หรืออยากได้อุปกรณ์ที่พกพาง่าย น้ำหนักเบา ใช้งานคล่องตัว และแบตเตอรี่อึด แต่ซื้อโน๊ตบุ๊ครุ่นหน้าจอ 15.6 นิ้ว ที่มีขนาดใหญ่และน้ำหนักเยอะมาใช้งาน จะเห็นได้ว่าไม่ตรงกับความต้องการ และการใช้งานจริงเป็นอย่างมาก

ที่มา : notebookfocus