มีอะไรใหม่ใน USB 3.0

คิดว่าหลายๆ คนที่ใช้งานและทำงานกับ Notebook เป็นประจำ คงจะเคยมีปัญหาที่ต้องรอเป็นเวลานานในการ copy files ระหว่าง notebook กับ external hard disk หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงอื่นๆ แต่ดูเหมือนว่าปัญหาที่ว่ามานี้ จะได้รับการแก้ไขแล้ว เพราะปัจจุบันได้มีการพัฒนา USB 3.0 ขึ้นมา ซึ่งนอกจาก USB 3.0 จะมีอัตราการรับและส่งข้อมูลที่เร็วขึ้นมาก และความสามารถในการส่งผ่านกระแสไฟฟ้าที่มากกว่าเดิมแล้ว USB 3.0 ยัง compatible หรือสามารถเข้ากับ USB 2.0 ได้อีกด้วย

 มีอะไรใหม่ใน USB 3.0

usb3-interface

USB 3.0 SuperSpeed มีอัตราการรับและส่งข้อมูลสูงสุดอยู่ที่ 5Gbit/sec ในขณะที่ USB 2.0 มีอัตราการรับและส่งข้อมูลสูงสุดอยู่ที่ 480 Mbit/sec สำหรับ USB 3.0 ถ้าต้องการให้อัตราการรับและส่งข้อมูลอยู่ที่ 5Gbit/sec ความยาวของสาย USB ไม่ควรเกิน 3 เมตร ในขณะที่ USB 2.0 ความยาวของสายจะได้ถึง 5 เมตร จากรายละเอียดของทีมผู้พัฒนาและผลการทดสอบพบว่า USB 3.0 สามารถส่งผ่านกระแสไฟฟ้าได้มากที่สุดถึง 900 milliamps เพิ่มขึ้นหลายเท่าจากตัวเลข 100 milliamps ที่ USB 2.0 สามารถทำได้

การพัฒนาของ USB 3.0 ต่างจากการพัฒนาของ USB 1.0 ไปเป็น USB 2.0 เพราะ connector ของ USB 3.0 ได้เปลี่ยนไปจาก USB 2 รุ่นแรก จากรูปที่เห็นด้านบน USB 3.0 มี 2 แบบ โดยที่แบบแบนหรือ USB Type A เป็นแบบที่มักจะใช้กับคอมพิวเตอร์ ลักษณะของ connector จากภายนอกจะเหมือนกัน แต่ว่าองค์ประกอบภายในของตัว connector จะไม่เหมือนกัน ดังนั้นจึงได้มีการทำขอบที่มีสีฟ้าขึ้นมาเพื่อเป็นการบ่งบอกว่าเป็น USB 3.0 สำหรับอีกประเภทหรือ USB Type B เป็นแบบที่มักจะใช้กับพวก USB device หรืออุปกรณ์

ดังนั้นเราจะไม่สามารถใช้สาย USB 3.0 กับพวก USB device หรืออุปกรณ์ต่อพ่วงต่างๆ ที่เป็น USB 2.0 แต่ว่าการใช้สาย USB 3.0 กับคอมพิวเตอร์หรือ notebook จะไม่มีปัญหาอะไรกับตัว connector เพียงแต่ความเร็วในการรับและส่งข้อมูลจะเท่ากับความเร็วของ connector ที่ตัวคอมพิวเตอร์หรือ notebook มีอยู่

เหตุผลที่ Connector ของ USB 3.0 แตกต่างจากของ USB 2.0 คือจำนวนของสายไฟหรือเส้นทางการรับส่งข้อมูลเพิ่มขึ้นจาก 5 เส้นทางของ USB 2.0 เป็น 9 เส้นทาง โดยที่ 8 เส้นทางใช้สำหรับรับส่งข้อมูลและอีก 1 ใช้เป็น ground การเพิ่มเส้นทางแบบนี้ทำให้อัตราการรับส่งข้อมูลเร็วขึ้นอย่างมาก ลองเปรียบเทียบดูว่าถ้า เส้นทางที่ USB 2.0 มีอยู่คือถนนที่มี 4 เลนไปและกลับ ในขณะที่มีรถหรือข้อมูลเข้ามามากในเวลาเดียวกัน ก็จะเกิดภาวะรถติดหรือ jam ขึ้น เป็นเหตุให้การรับส่งข้อมูลไม่สามารถทำอย่างรวดเร็วได้ แต่สำหรับ USB 3.0 เป็นเหมือนการเพิ่มช่องทางจราจรจากถนนที่มี 4 เลนไปเป็น 8 เลนแบบไปกลับ การเพิ่มถึง 2 ช่องทางทั้งในสองทิศทาง ทำให้เกิดสภาพคล่องขึ้นอย่างมากและสามารถรับส่งข้อมูลได้อย่างรวดเร็ว

การเปลี่ยนแปลงอีกอย่างคือ USB 2.0 ต้องมีการทำ synchronous transfer ตลอดเวลาที่ต่อ USB device เข้ากับคอมพิวเตอร์ แต่ในขณะที่ USB 3.0 ไม่ได้ทำตลอดเวลา เครื่องคอมพิวเตอร์ที่เป็น HOST จะมีการตรวจสอบและถามผู้ใช้เป็นระยะๆ ถึงการอนุญาตให้มีการส่งข้อมูล (หรือกระแสไฟ) ไปถึงอุปกรณ์เชื่อมต่อหรือไม่ แทนที่จะทำการส่งผ่านข้อมูล (กระแสไฟ) อย่างต่อเนื่องดังที่เป็นมาใน USB 2.0 ซึ่งสถานะของอุปกรณ์เชื่อมต่อที่ไม่ได้มีการส่งผ่านข้อมูลจะอยู่ในสถานะ idle และจะทำให้ระบบของผู้ใช้มีการประหยัดพลังงานที่มากขึ้น