LCD และ LED ต่างกันอย่างไร

หลายคนคงเคยสงสัยว่าจอภาพใน Notebook แบบ LCD และ LED ต่างกันอย่างไร วันนี้เราจะเสนอวิธีการทำงานของเทคโนโลยีทั้ง 2 แบบว่ามีข้อดีและข้อเสียกันอย่างไรบ้าง

มารู้จักกับจอแบบ LCD กันก่อน

lcd-method

LCD หรือ Liquid Crystal Display คิดค้นขึ้นในปี ค.ศ. 1963 ทำงานโดยอาศัยหลักการที่วัสดุประเภท Liquid Crystal นั้นมีคุณสมบัติพิเศษในการจัดเรียงตัวกันเป็นชั้นๆ โดยการจัดเรียงตัวนั้นสามารถเปลี่ยนได้โดยใช้สนามไฟฟ้า

LCD ทำงานโดยการนำวัสดุ Liquid Crystal ซึ่งมีสมบัติในการบิดสนามแม่เหล็กไฟฟ้าของแสงได้ มาบรรจุระหว่างผิวกระจกที่ด้านหนึ่งเคลือบวัสดุ Liquid Crystal ในแนวหนึ่ง ขณะที่เคลือบผิวกระจกอีกข้างด้วย Liquid Crystal ให้โมเลกุลเรียงตัวไปในแนวตั้งฉาก Liquid Crystal ที่บรรจุอยู่ระหว่างผิวกระจกทั้งสองก็จะพยายามจัดเรียงตัวให้สอดคล้องกับผิวกระจกทั้งสองซึ่งหากนำ Polarized Filter มาวางซ้อนจะทำให้แสงที่วิ่งเข้าไปในวัสดุ Liquid Crystal ค่อยๆ ปรับมุมโพลาไรซ์จนออกไปด้านตรงข้ามได้ เราจึงเห็นความใสของมันแต่เมื่อป้อนสนามไฟฟ้าเข้าไประหว่างผิวกระจก 2 ข้างโมเลกุล Liquid Crystal จะจัดเรียงตัวตามสนามไฟฟ้าไม่จัดเรียงตัวตาม pattern ของผิวกระจกอีกต่อไปเลยทำให้แสงส่องผ่านออกมาไม่ได้ เทคโนโลยี LCD ไม่ได้ผลิตแสง phosphorescence ออกมาซึ่งต่างจาก เทคโนโลยี CRT และ Plasma Display แต่อาศัยแสงที่เราเรียกว่า Backlight ซึ่งมาจากข้างหลังเพื่อให้เราเห็นภาพ อีกทั้งแสงที่ออกมาเป็นแสง Polarized Light ที่มีระนาบเดียวกันทำให้สบายตามาก

แต่ LCD ก็ยังมีข้อเสียเปรียบนั่นก็คือ ค่อนข้างไวกับอุณหภูมิ ถ้าลองทิ้ง Notebook ไว้ในรถยนต์แล้วเอาไปจอดตากแดดประมาณหนึ่งวัน เมื่อนำ Notebook มาเปิดดูจะพบว่าจอภาพเป็นลายด่างๆ แม้ว่า LCD จะกินไฟน้อยกว่า CRT มาก แต่ก็ยังคงเป็นอุปกรณ์ที่กินไฟมากที่สุดเมื่ออยู่ในอุปกรณ์เคลื่อนที่ต่างๆ เช่น Notebook โทรศัพท์มือถือ หรือ Pocket PC รวมทั้งมุมมองสำหรับการเห็นภาพค่อนข้าง

แล้ว LED คืออะไร

led-lcd

LED ย่อมาจาก Light Emitting Diode เป็นจอผลึกแข็งกึ่งเหลว ใช้หลอดไฟขนาดจิ๋วแต่แจ๋วที่วางเรียงกันอยู่ที่หลังจอ การวางเรียงแยกได้อีก 3 แบบคือ วางเฉพาะขอบ, วางเต็ม, และวางเป็นกลุ่ม ซึ่งใช้หลอด LED เป็นตัวกำเนิดแสง และมี Liquid Crystal เป็นผลึกแข็งกึ่งเหลว 3 สี R=Red G=Green B=Blue คอยบิดตัวเป็นองศาเพื่อให้แสงจากหลอด LED ส่องลอดผ่านออกมาเป็นสีสันต่างๆ

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติของจอภาพ LCD กับ OLED

คุณสมบัติ LCD LED
น้ำหนัก น้ำหนักมาก น้ำหนักเบากะทัดรัด
มุมมอง มุมองแคบ มุมมองได้กว้างกว่า
อุณหภูมิ ไม่ทนต่ออุณหภูมิต่ำๆ, ไวต่ออุณหภูมิเกิด dead pixel ได้ง่าย ทนต่ออุณหภูมิต่ำๆ ได้
ระดับพลังงานงาน กินไฟมากกว่า กินไฟน้อยกว่าเมื่อเทียบกับ LCD
ความคมชัด สีออกมามีผิดเพี้ยน ความเข้มของภาพชัดเจน, สีสันดีกว่า, จอสว่างมากกว่า
ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีสารปรอท เป็นมิตรกับธรรมชาติ (ไม่มีสารปรอท
ราคา ราคาถูก ราคาแพง